ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 16 เม.ย. 2557 เปิดอ่าน : 6,873 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

รมว.ศธ.กล่าวว่า การสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย เป็นนโยบายสำคัญที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องระบบการสอบคัดเลือก เพื่อแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียม รวมถึงปัญหาการสอบคัดเลือกที่ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและการเรียน ทั้งในแง่ของเวลาและความสนใจต่อเนื้อหาที่เรียนในระบบโรงเรียน จึงได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือ และจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

 
จากข้อสรุปล่าสุด ได้เห็นชอบในหลักการสำคัญของการจัดระเบียบการรับตรงที่มีข้อสรุปที่สำคัญคือ ให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเรียนจบ ก่อนเริ่มกระบวนการสอบคัดเลือก โดยการสอบรับตรงจะต้องดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกัน ใช้ข้อสอบกลางและสอบครั้งเดียวในแต่ละวิชา ซึ่งนอกจากจะใช้คะแนนสอบในการสอบคัดเลือกแล้ว สามารถใช้ GPAX, O-Net และสมุดพกความดี ประกอบในการคัดเลือกได้อีกด้วย


ส่วนระบบโควตาก็จะมีอยู่ แต่ต้องไม่มีการสอบแข่งขัน เมื่อมีรายชื่อผู้ได้รับโควตาแล้ว ให้ส่งรายชื่อไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก่อนกระบวนการสอบภายในเดือนเมษายน เพื่อรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ให้เป็นรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ขอกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) แล้วแต่กรณี เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือ

โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ซึ่งสามารถดำเนินการได้เพราะมีการเลื่อนเวลาเปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัย และจะเริ่มใช้ระบบดังกล่าวได้ในปีการศึกษาถัดไป การเปลี่ยนระบบการสอบคัดเลือกสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเป็นการจัดระเบียบการรับตรง ซึ่งไม่กระทบกับระบบ Admission การกำหนดร่วมกันในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในทางที่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ จึงไม่ต้องประกาศล่วงหน้า

นอกจากเห็นชอบในหลักการสำคัญร่วมกันแล้ว ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยได้รับหลักการ และจะประชุมอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อสรุปการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าจะหาข้อยุติได้ทั้งหมด เมื่อมีความเห็นร่วมกันชัดเจนแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องเสนอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพียงแต่จะทำให้เป็นประกาศข้อสรุปร่วมกัน หรืออาจให้เป็นบันทึกหรือข้อสรุปการประชุมที่เวียนให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ หากจัดระเบียบการสอบคัดเลือกได้เป็นระบบแล้ว เรื่องสำคัญที่จะต้องทำต่อไป คือการพัฒนาการออกข้อสอบ โดยจะต้องคำนึงถึงการตอบสนองความต้องการของมหาวิทยาลัยในการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย และทำให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) จะต้องร่วมดูแลด้วย อีกทั้งจะต้องเชื่อมโยงถึง GPAX, O-Net และความสอดคล้องกับหลักสูตรที่เรียนในระดับพื้นฐาน หากข้อสอบไม่สามารถตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้ ก็จะเกิดเป็นปัญหา ดังนั้นคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการพัฒนาข้อสอบ จัดระบบพัฒนาข้อสอบ ที่สำคัญต้องให้ทางมหาวิทยาลัยร่วมมือกับ สทศ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อทำให้เกิดความสอดคล้องกับหลักสูตร และความเป็นมาตรฐานของข้อสอบด้วย

แนวดำเนินการ ตามข้อสรุปจากการประชุมคณะกรรมการการดูแลระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย

◦ ในหลักการให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายเรียนจบก่อนเริ่มกระบวนการสอบคัดเลือก

◦ ให้การสอบทั้งหลายดำเนินการร่วมกันในห้วงเวลาเดียวกัน

◦ กระบวนการสอบจะเริ่มในเดือนเมษายน รายวิชาที่จะสอบขึ้นกับความต้องการของแต่ละหลักสูตร

◦ ข้อสอบเป็นข้อสอบกลางที่สอบครั้งเดียวในแต่ละวิชา

◦ เมื่อสอบแล้วจะรายงานผลคะแนนที่สอบได้ในเดือนพฤษภาคม แล้วเข้าสู่กระบวนการเลือกลำดับหลักสูตรที่นักเรียนต้องการ

◦ นักเรียนเมื่อทราบคะแนน ก็จะคะเนได้ว่าควรเลือกหลักสูตรไหนของมหาวิทยาลัยใด แต่ละหลักสูตรจะกำหนดกติกาการรับนักศึกษาได้เอง

◦ นอกจากคะแนนสอบแล้ว ยังสามารถใช้ GPAX, O-Net และสมุดพกความดีประกอบในการคัดเลือก

◦ ในขณะเดียวกันก็จะสมัครลำดับโดยใช้กติกา Admission เดิมด้วย โดยให้เวลาในการเลือกประมาณ 2-4 สัปดาห์ (อาจมีระบบรายงานจำนวนผู้สมัครในแต่ละหลักสูตรแบบ Real Time เพื่อให้นักเรียนประเมินความเสี่ยงเอง และเปลี่ยนใจได้ระดับหนึ่ง) แล้วจะคัดเลือกพร้อมกันตามลำดับที่เลือกไว้

◦ รายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะส่งให้ สกอ.

◦ ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกก็จะเข้าสู่ระบบรับตรงอิสระของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ยังมีที่ว่าง โดยจะให้เวลาอีก 1 เดือนเพื่อรับให้เรียบร้อย และส่งชื่อให้ สกอ.

◦ อาจมีบางมหาวิทยาลัยเปิดรับระบบโควตา ซึ่งจะต้องไม่มีการสอบแข่งขัน และต้องส่งชื่อให้ สกอ. ก่อนกระบวนการสอบในเดือนเมษายน

◦ สกอ.จะใช้มาตรการรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ไว้เป็นรายชื่อผู้มีสิทธิ์ขอกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) แล้วแต่กรณี เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือ

◦ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 4 เดือน และการรับนักศึกษาจะเสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนในปีการศึกษาถัดไป

◦ กระบวนการนี้เป็นเพียงการจัดระเบียบการรับตรงโดยไม่กระทบกับระบบ Admission เดิม จึงไม่ต้องประกาศล่วงหน้า

◦ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และสมาคมอุดมศึกษาเอกชนร่วมประชุมด้วยซึ่งรับในหลักการ จึงให้กลับไปเข้าที่ประชุมของแต่ละแห่งเพื่อยืนยันและเสนอแนะอีกครั้ง

◦ นัดประชุมในเดือนพฤษภาคมเพื่อสรุปการดำเนินการต่อไป

 

ที่มา ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,408 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 127,113 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,784 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,657 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,969 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ขิงแก้ผมร่วงขิงแก้ผมร่วง
เปิดอ่าน 22,826 ครั้ง
9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!9 เพลงที่มีจังหวะตรงตามงานวิจัยว่าจะช่วยให้คุณผอม!!
เปิดอ่าน 22,203 ครั้ง
สุดทึ่ง นักโบราณคดีอึ้ง รูปปั้นนักรบเฝ้าสุสานจีน 7 พันตัว ถูกปั้น"ตามใบหน้าจริงแต่ละคนสุดทึ่ง นักโบราณคดีอึ้ง รูปปั้นนักรบเฝ้าสุสานจีน 7 พันตัว ถูกปั้น"ตามใบหน้าจริงแต่ละคน
เปิดอ่าน 8,978 ครั้ง
ป้องกันก่อนถูก ป้องกันก่อนถูก 'ฟ้าผ่า' เรื่องง่าย ๆ ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 13,531 ครั้ง
นวดหน้าลดริ้วรอยนวดหน้าลดริ้วรอย
เปิดอ่าน 12,204 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ