ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มี.ค. 2554 เปิดอ่าน : 10,030 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

Advertisement

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.54)

  • อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ทั้งนี้หากร่างพระราชกฤษฎีกาเงินเดือนฯ มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ ให้ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ และหากร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนฯ มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายหลังวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ ให้ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ มีผลใช้บังคับวันเดียวกันกับที่ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย

  • เห็นชอบยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา

ครม.เห็นชอบหลักการ/แนวคิด ยุทธศาสตร์และกลไกการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา โดยให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ตามกรอบหลักการแนวคิดยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา พร้อมทั้งให้ ศธ. แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา เพื่อดำเนินงานตามกรอบหลักการ/แนวคิด และยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาต่อไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

๑. ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์การส่งเสริมความเข้มแข็งของสถานศึกษา

. ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการอุดมศึกษา ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา

. กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ประกอบด้วยกลไกการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา กลไกการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคมในการระดมทุนและการสนองทุนเพื่อการศึกษา กลไกการดำเนินงานตามหลักการและแนวทางการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา กลไกการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา กลไกการสนับสนุนด้านกฎหมาย กลไกการผลักดันจากผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

๔. คณะกรรมการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาฯ ได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ ๑) จัดทำแผนขั้นตอนและกรอบระยะเวลาการดำเนินงานปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ตามกรอบหลักการ/แนวคิดยุทธศาสตร์และมาตรฐานที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ๒) ออกแบบและวางระบบการเงินเพื่อการศึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบการสนองทุนผ่านด้านอุปทานหรือสถานศึกษา (Supply Side Financing) ไปสู่ระบบการสนองทุนผ่านด้านอุปสงค์หรือผู้เรียน (Demand Side Financing) ๓) กำกับและประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และ/หรือคณะทำงาน เพื่อดำเนินงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ๕) ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแก่คณะอนุกรรมการ คณะทำงานในประเด็นที่ต้องการการตัดสินใจในระดับนโยบาย ๖) ให้การสนับสนุนด้านบุคลากรและทรัพยากรตามความต้องการจำเป็นแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย ๗) อำนวยการ กำกับติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการคณะทำงาน ๘) ปฏิบัติงานอื่นใดที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

๕. เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของสถานศึกษาภายใต้ตลาดบริการการศึกษาที่มีการแข่งขันในตลาดเสรีและตลาดที่ไร้พรมแดนในปี ๒๕๕๘ และเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

 


 

  • รับทราบการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชา

ครม.รับทราบการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชา ตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้

๑. การกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชาไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะที่แสวงหากำไรจนเกินควร ตามแนวทางการควบคุมดูแล ดังนี้

๑) โรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งก่อนพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ให้เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนตามที่ได้รับอนุญาต หากจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ยื่นขออนุญาต โดยจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ และกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูผู้สอนจะเก็บในอัตราที่สูงกว่าการเรียนการสอนลักษณะผสมโดยมีทั้งครูผู้สอนและสื่อ ส่วนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นเครื่องมือจะต้องเก็บในราคาต่ำสุด

๒) โรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ในการอนุญาตหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กำหนดอัตราผลตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูผู้สอน จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าการเรียนการสอนลักษณะผสมโดยมีทั้งครูผู้สอนและสื่อ ส่วนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นเครื่องมือจะต้องเก็บในราคาต่ำสุด

๓) ให้โรงเรียนนอกระบบทุกขนาด ทุกประเภท จัดทำรายงานแสดงกิจการงบการเงินเสนอต่อผู้อนุญาตตามมาตรา ๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฯ

๔) ให้โรงเรียนติดประกาศใบอนุญาตการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา/หลักเกณฑ์ การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและจำนวนค่าธรรมเนียมการศึกษา เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและประชาชนสามารถตรวจสอบได้

๕) ตรวจติดตามการดำเนินกิจการโรงเรียนกวดวิชาให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของทางราชการอย่างเคร่งครัด  โดยให้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา พ.ศ.๒๕๔๕ และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙

๒. การพิจารณาออกระเบียบ ข้อบังคับในเรื่องการตรวจสอบและปรับปรุงในเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ก่อนการอนุมัติอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนกวดวิชาของโรงเรียนสอนกวดวิชา ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

๑) กรณีให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในฐานะผู้อนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ตรวจติดตามสถานที่ตั้งโรงเรียน ให้มีมาตรฐานและมาตรการในการป้องกันอัคคีภัยในโรงเรียนกวดวิชา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา พ.ศ.๒๕๔๕ และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙ กำหนดอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา โดยให้มีการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

๒) กรณีโรงเรียนมีสภาพน่าสงสัยว่าจะเป็นอันตรายกับผู้เรียน ให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในฐานะผู้อนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ประสานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเข้าตรวจสอบต่อไป

๓) ให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ ที่เห็นควรกำหนดให้อาคาร ที่จะนำมาใช้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ต้องเป็นอาคารเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยให้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ในร่างกฎกระทรวง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๒๑ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเมื่อเป็นอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดให้มีมาตรการในเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้


 

  • เห็นชอบร่างระเบียบว่าด้วยการปฏิรูประบบคุรุศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....

ครม.เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูประบบคุรุศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....  ตามที่ ศธ.เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม.ตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของ สำนักงาน ก.พ. และสำนักงบประมาณไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างระเบียบ  ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ (ก.ค.ช.) โดยกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นหน่วยเลขานุการของ ก.ค.ช. พร้อมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ช. กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งกำหนดให้ดำเนินการแต่งตั้ง ก.ค.ช. ภายใน ๖๐ วันนับแต่ระเบียบใช้บังคับ


 

  • แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

ครม.อนุมัติตามที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) เสนอแต่งตั้งนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร สมศ. แทนนายสมนึก พิมลเสถียร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเนื่องจากลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

 

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2011/mar/111.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554 , , มติคณะรัฐมนตรี , (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ , 22 , มี.ค.2554 , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559
เปิดอ่าน 31,824 ครั้ง
นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ที่ กระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ที่ กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 4,192 ครั้ง
แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการแท็บเล็ต☕ คลิกอ่านเลย
แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการแท็บเล็ต
เปิดอ่าน 4,913 ครั้ง
ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 6/2555☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 6/2555
เปิดอ่าน 13,647 ครั้ง
ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ศธ.11 ราย☕ คลิกอ่านเลย
ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ศธ.11 ราย
เปิดอ่าน 13,602 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

7 สุดยอดอาหารคืนความสมดุลให้ชีวิต7 สุดยอดอาหารคืนความสมดุลให้ชีวิต
เปิดอ่าน 9,943 ครั้ง
งานประจำ 7 ประการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานงานประจำ 7 ประการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 11,512 ครั้ง
5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ 5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ
เปิดอ่าน 10,744 ครั้ง
การปอกผลไม้ไม่ให้ดำการปอกผลไม้ไม่ให้ดำ
เปิดอ่าน 56,376 ครั้ง
เตือนภัย! แก๊งตบทรัพย์หลอกขับรถชนเรียกค่าเสียหายเตือนภัย! แก๊งตบทรัพย์หลอกขับรถชนเรียกค่าเสียหาย
เปิดอ่าน 15,770 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ