ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 มี.ค. 2554 เปิดอ่าน : 10,154 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554

Advertisement

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.54)

  • อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ทั้งนี้หากร่างพระราชกฤษฎีกาเงินเดือนฯ มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ ให้ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ และหากร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนฯ มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายหลังวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ ให้ร่างพระราชกฤษฎีกาฯ มีผลใช้บังคับวันเดียวกันกับที่ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย

  • เห็นชอบยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา

ครม.เห็นชอบหลักการ/แนวคิด ยุทธศาสตร์และกลไกการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา โดยให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ตามกรอบหลักการแนวคิดยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา พร้อมทั้งให้ ศธ. แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา เพื่อดำเนินงานตามกรอบหลักการ/แนวคิด และยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาต่อไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

๑. ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์การส่งเสริมความเข้มแข็งของสถานศึกษา

. ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการอุดมศึกษา ประกอบด้วยยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา

. กลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ประกอบด้วยกลไกการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา กลไกการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคมในการระดมทุนและการสนองทุนเพื่อการศึกษา กลไกการดำเนินงานตามหลักการและแนวทางการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา กลไกการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา กลไกการสนับสนุนด้านกฎหมาย กลไกการผลักดันจากผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

๔. คณะกรรมการปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษาฯ ได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ ๑) จัดทำแผนขั้นตอนและกรอบระยะเวลาการดำเนินงานปฏิรูประบบการเงินเพื่อการศึกษา ตามกรอบหลักการ/แนวคิดยุทธศาสตร์และมาตรฐานที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ๒) ออกแบบและวางระบบการเงินเพื่อการศึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบการสนองทุนผ่านด้านอุปทานหรือสถานศึกษา (Supply Side Financing) ไปสู่ระบบการสนองทุนผ่านด้านอุปสงค์หรือผู้เรียน (Demand Side Financing) ๓) กำกับและประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และ/หรือคณะทำงาน เพื่อดำเนินงานตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ๕) ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแก่คณะอนุกรรมการ คณะทำงานในประเด็นที่ต้องการการตัดสินใจในระดับนโยบาย ๖) ให้การสนับสนุนด้านบุคลากรและทรัพยากรตามความต้องการจำเป็นแก่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย ๗) อำนวยการ กำกับติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการคณะทำงาน ๘) ปฏิบัติงานอื่นใดที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

๕. เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของสถานศึกษาภายใต้ตลาดบริการการศึกษาที่มีการแข่งขันในตลาดเสรีและตลาดที่ไร้พรมแดนในปี ๒๕๕๘ และเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

 


 

  • รับทราบการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชา

ครม.รับทราบการกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชา ตามที่ ศธ.เสนอ ดังนี้

๑. การกำหนดแนวทางการควบคุมดูแลโรงเรียนกวดวิชาไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะที่แสวงหากำไรจนเกินควร ตามแนวทางการควบคุมดูแล ดังนี้

๑) โรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งก่อนพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ให้เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนตามที่ได้รับอนุญาต หากจะมีการเปลี่ยนแปลงให้ยื่นขออนุญาต โดยจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนนอกระบบ และกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งในการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูผู้สอนจะเก็บในอัตราที่สูงกว่าการเรียนการสอนลักษณะผสมโดยมีทั้งครูผู้สอนและสื่อ ส่วนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นเครื่องมือจะต้องเก็บในราคาต่ำสุด

๒) โรงเรียนกวดวิชาที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ในการอนุญาตหลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กำหนดอัตราผลตอบแทนได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ สำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ครูผู้สอน จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าการเรียนการสอนลักษณะผสมโดยมีทั้งครูผู้สอนและสื่อ ส่วนการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นเครื่องมือจะต้องเก็บในราคาต่ำสุด

๓) ให้โรงเรียนนอกระบบทุกขนาด ทุกประเภท จัดทำรายงานแสดงกิจการงบการเงินเสนอต่อผู้อนุญาตตามมาตรา ๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนฯ

๔) ให้โรงเรียนติดประกาศใบอนุญาตการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา/หลักเกณฑ์ การกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและจำนวนค่าธรรมเนียมการศึกษา เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและประชาชนสามารถตรวจสอบได้

๕) ตรวจติดตามการดำเนินกิจการโรงเรียนกวดวิชาให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของทางราชการอย่างเคร่งครัด  โดยให้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา พ.ศ.๒๕๔๕ และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙

๒. การพิจารณาออกระเบียบ ข้อบังคับในเรื่องการตรวจสอบและปรับปรุงในเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ก่อนการอนุมัติอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนกวดวิชาของโรงเรียนสอนกวดวิชา ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ ดังนี้

๑) กรณีให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในฐานะผู้อนุญาตตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ตรวจติดตามสถานที่ตั้งโรงเรียน ให้มีมาตรฐานและมาตรการในการป้องกันอัคคีภัยในโรงเรียนกวดวิชา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชน ประเภทกวดวิชา พ.ศ.๒๕๔๕ และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๙ กำหนดอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา โดยให้มีการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

๒) กรณีโรงเรียนมีสภาพน่าสงสัยว่าจะเป็นอันตรายกับผู้เรียน ให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในฐานะผู้อนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ประสานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารเข้าตรวจสอบต่อไป

๓) ให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ ที่เห็นควรกำหนดให้อาคาร ที่จะนำมาใช้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ต้องเป็นอาคารเพื่อการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยให้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ในร่างกฎกระทรวง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๑๒๑ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเมื่อเป็นอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดให้มีมาตรการในเรื่องความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้


 

  • เห็นชอบร่างระเบียบว่าด้วยการปฏิรูประบบคุรุศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....

ครม.เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูประบบคุรุศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....  ตามที่ ศธ.เสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม.ตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของ สำนักงาน ก.พ. และสำนักงบประมาณไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างระเบียบ  ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ (ก.ค.ช.) โดยกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นหน่วยเลขานุการของ ก.ค.ช. พร้อมทั้งกำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ช. กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งกำหนดให้ดำเนินการแต่งตั้ง ก.ค.ช. ภายใน ๖๐ วันนับแต่ระเบียบใช้บังคับ


 

  • แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

ครม.อนุมัติตามที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) เสนอแต่งตั้งนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร สมศ. แทนนายสมนึก พิมลเสถียร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเนื่องจากลาออก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

 

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2011/mar/111.html

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 22 มี.ค.2554 , , มติคณะรัฐมนตรี , (ครม.)ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ , 22 , มี.ค.2554 , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 กันยายน 2555 ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
เปิดอ่าน 9,489 ครั้ง
มติ ครม.11 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม.11 ธันวาคม 2555 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 11,392 ครั้ง
"ณรงค์"สังคายนา3บอร์ด สั่งยุบผนวกอนุกรรมการ37ชุดให้เหลือ 11ชุดคืนอำนาจผอ.องค์การค้าฯ☕ คลิกอ่านเลย
"ณรงค์"สังคายนา3บอร์ด สั่งยุบผนวกอนุกรรมการ37ชุดให้เหลือ 11ชุดคืนอำนาจผอ.องค์การค้าฯ
เปิดอ่าน 5,441 ครั้ง
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
มติ ครม. 18 มิถุนายน 2556 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 6,815 ครั้ง
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 7  กรกฎาคม 2557☕ คลิกอ่านเลย
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557
เปิดอ่าน 6,278 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เตือนผู้ป่วยเบาหวานหมั่นตรวจตา ลดความเสี่ยงตาบอดเตือนผู้ป่วยเบาหวานหมั่นตรวจตา ลดความเสี่ยงตาบอด
เปิดอ่าน 7,953 ครั้ง
ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"
เปิดอ่าน 15,436 ครั้ง
วิธีดูแลผิวพรรณในหน้าฝนให้ผิวสวยใสเสมอวิธีดูแลผิวพรรณในหน้าฝนให้ผิวสวยใสเสมอ
เปิดอ่าน 8,072 ครั้ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง
เปิดอ่าน 5,939 ครั้ง
ประมวลภาพทั่วโลก - สุริยคราสวงแหวนครั้งยาวนานที่สุดของสหัสวรรษประมวลภาพทั่วโลก - สุริยคราสวงแหวนครั้งยาวนานที่สุดของสหัสวรรษ
เปิดอ่าน 20,865 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ