ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > บันได 5 ขั้น สู่บทเรียนออนไลน์


• บันได 5 ขั้น สู่บทเรียนออนไลน์
+โพสต์เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2553 เปิดอ่าน : 7935 / 0 ความเห็น


e-learning เปิดโลกกว้างแห่งการเรียน
 


            ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของเราในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือด้านการศึกษา ที่มีการนำประโยชน์ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนี้มาใช้ เพื่อเอื้อกับการจัดการศึกษาที่เน้นตอบสนองความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จัดกระบวนการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เปิดช่องทางและโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขึ้นในทุกระดับ... เกิดเป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ที่เราเรียกกันว่า e-learning นั่นเองค่ะ

เปิดโลกกว้างกับ e-learning

            e-learning ย่อมาจาก electronic learning คือการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กเทอร์เน็ต ดาวเทียม วีดีโอเทป แผ่นซีดี ฯลฯ แต่ปัจจุบันมีการใช้ความหมายที่เฉพาะเจาะจงให้เข้าใจตรงกันว่า e-learning คือการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นการเรียนทางไกลในรูปแบบของห้องเรียนเสมือนจริที่มีลักษณะสำคัญคือ

Anywhere Anytime —เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

            ผู้เรียนมีอิสระเต็มที่ จะเลือกเรียนเมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้โดยมีบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตอบสนองการสื่อสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบหากเทียบกับการเรียนในห้องเรียนปกติที่ต้องมีการกำหนดเวลาสถานที่แน่นอน เป็นการขยายฐานการศึกษาไปยังกลุ่มผู้เรียนได้กว้างขึ้น

Multimedia – ใช้สื่อผสมนำเสนอเนื้อหา

            เนื่องจากบรรยากาศการเรียนที่ผู้เรียนต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงคนเดียว วิธีการนำเสนอบทเรียนจึงต้องน่าสนใจ... ปัจจุบันเนื้อหา e-learning ทั่วๆ ไปที่เห็นเป็นข้อความประกอบภาพกราฟฟิกเหมือนอ่านหนังสือเป็นอีบุกส์นั้น จะดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้น้อยกว่าการนำเสนอแบบเคลื่อนไหว ครบทั้งภาพ เสียง และมีการโต้ตอบได้ ดังนั้นการผลิตสื่อ e-learning จึงต้องเน้นให้การเรียนการสอนนั้นมีความเสมือนจริงมากที่สุด โดยอาศัยการนำเทคโนโลยีการผลิตสื่อมาผสมผสานกันอย่างเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันมีที่นิยมอยู่ 4 แบบ คือ

            1. Streaming Media การเรียนการสอนโดยใช้วิดีโอเป็นสื่อ มีเอกสาร พาวเวอร์พอยต์ประกอบแล้วส่งไปยังระบบเครือข่าย ผู้เรียนดาวน์โหลดไปเรียนไป มีภาพวิดีโอ ครูผู้สอน พูดบรรยาย สามารถเลื่อนเนื้อหาได้ตามต้องการ มีแบบทดสอบในตัว เหมาะกับวิชาที่อาศัยการบรรยาย สรุปรายละเอียดเนื้อหาเป็นหลัก

            2. Macromedia Flash ใช้สร้างสื่อ Interactive เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ อาจจะทำเป็นเกม วิธีการสร้างค่อนข้างยาก จะเสียเวลามาก เหมาะกับหลักสูตรที่มีการเวิร์กชอป การปฏิบัติ เน้นการเรียนแบบมีส่วนร่วม เช่น วิชาเคมีที่ต้องผสมสารเคมี ทำให้เห็นว่าผสมตัวนี้แล้วได้อะไร เกิดค่าอะไรเกิดขึ้น จะมีการสร้างภาพจำลองให้เห็นได้ เป็นต้น

            3. Broadband Technology -- เป็นชนิดของความเร็วสูง สื่อสามารถส่งผ่านไปยังผู้เรียนได้สะดวก รวดเร็ว ครบถ้วนในลักษณะ vdo conference ทั่วไป เหมือนเรียนทางไกล ต้องอาศัยเครือข่ายที่มีความเร็วสูง

            4. Simulation การสร้างสถานการณ์จำลอง ให้ผู้เรียนเห็นภาพได้ชัดขึ้น ต้องใช้การคิดร่วมกันของหลายฝ่ายทั้งผู้ผลิตหลักสูตรและผู้ผลิตสื่อมาช่วยกันดีไซน์รูปแบบว่าเนื้อหาแบบไหนจะใช้เทคโนโลยีแบบใดผู้เรียนจึงจะเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น

 

 

            ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ใช้ควบคู่กันได้ค่ะ ดังนั้นการจะเลือกเรียนหลักสูตรใดก็ต้องพิจารณาถึงรูปแบบการนำเสนอที่เสริมกันนี้ด้วยนะคะ

Non-linear – เข้าถึงเนื้อหาได้ตามความต้องการ

            ให้ผู้เรียนควบคุมการเรียนด้วยตนเอง เลือกเรียนได้ตามจังหวะความสนใจ และลำดับเนื้อหาตามพื้นฐานความรู้ความถนัดของตนได้ เช่น หลักสูตรมี 10 บท หากบทที่ 1 ผู้เรียนมีพื้นความรู้อยู่แล้ว จะข้ามไปเรียนบทต่อไปเลยก็ได้

Interaction – มีช่องทางการติดต่อสื่อสารสะดวก

            สื่อสารโต้ตอบกับเนื้อหาบทเรียนได้ โดยผ่านกิจกรรมการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบที่สามารถตรวจสอบความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง และมี link ไปยังห้องสมุดออนไลน์หรือแหล่งสืบค้นข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนได้

 

            สื่อสารโต้ตอบกับผู้อื่นได้ เพื่อปรึกษา ซักถามข้อสงสัย แสดงความคิดเห็นต่างๆ ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนหรือกับเพื่อนๆ ผ่านการเขียนข้อความใน webboard คุยกันใน chatroom หรือ ICQ การส่งจดหมายทาง e-mail การประชุมอภิปรายด้วย vdo conference ฯลฯ

      Immedia Response –แสดงผลตอบกลับได้ทันที

            ในการทดสอบ ประเมินผล การวัดผล ทั้งก่อนและหลังการเรียน เพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้น ต้องมีการออกแบบให้ประมวลผลกลับมาให้รู้ได้ในทันที

 

บันได 5 ขั้น สู่บทเรียนออนไลน์

            การเลือกเรียนหลักสูตร e-learning ต้องเข้าใจธรรมชาติของการเรียนออนไลน์ว่ามีรูปแบบต่างจากการเรียนในห้องเรียนปกติ ผู้เรียนต้องควบคุมบทเรียนด้วยตัวเอง และพูดคุยมีปฏิสัมพันธ์กับครูหรือเพื่อนๆ โดยผ่านเครื่องมือสื่อสารในรูปแบบต่างๆ... ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรเข้ามามีบทบาทช่วยลูกในการตัดสินใจเลือกเรียน e-learning โดยคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้

 

1. เตรียมความพร้อม

            อันดับแรกต้องมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โดยใช้สเปกเครื่องพื้นฐานทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีสเปกเครื่องสูง ส่วนโปรแกรมเสริมสามารถดาวน์โหลดในอินเตอร์เน็ตได้... ผู้เรียนต้องมีความสนใจและถนัดการใช้คอมพิวเตอร์ ใช้อินเทอร์เนตเพื่อการสื่อสารได้คล่องแคล่ว จัดสรรเวลาเรียนลงตัว สถานที่เหมาะสม ไม่มีเสียงอึกทึก มีแสงสว่างเพียงพอและเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจะอยู่ประมาณ 200-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการจัดทำ ปริมาณ และระยะเวลาเรียนของหลักสูตรนั้นๆ แม้จะถูกกว่าเมื่อเทียบกับการเรียนกวดวิชา เรียนพิเศษ แต่ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมด้วย

2. ค้นหาแหล่งเปิดสอน e-learning

            หลักๆ คือใช้ search engine หาจากในอินเทอร์เนตหรือจากแหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ของสถาบันการศึกษา หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งของภาครัฐและเอกชน หาดูหลายๆ แห่งเพื่อมาเปรียบเทียบกัน ในขั้นแรกควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของหน่วยงานเป็นหลัก เพื่อตรวจสอบถึงที่มาของเนื้อหานั้นๆ ต่อไปว่าได้มาตรฐานหรือไม่

3. พิจารณาระบบการบริหารจัดการหลักสูตร

            ระบบการบริหารจัดการหลักสูตร หรือที่เรียกว่า ELS – Electronic Learning System ที่มีประสิทธิภาพนั้น ย่อมทำให้เรามั่นใจในหลักสูตรที่จะเรียนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มเป้าหมาย แต่มีจุดประสงค์หลักคล้ายกันคือเน้นในการเรียน e-learning นั้นเหมือนเรียนอยู่ในห้องเรียนมากที่สุด จึงต้องคำนึงถึงเรื่องของการสร้างหลักสูตร การทดสอบและประเมินผล การสร้างเนื้อหา ตัวช่วยเหลือ และการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล เช่น บางแห่งมีระบบที่ช่วยให้ผู้ปกครองติดตามผลการเรียนของผู้เรียนได้ตลอดเวลา เพียงใส่ user name และ password ก็จะรู้ได้ว่าลูกเข้าเรียนจริงไหม เรียนถึงไหน ผลการเรียนเป็นยังไง เป็นต้น จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะช่วยลูกดูว่าแต่ละแห่งมีการจัดการเรียนการสอนอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับการเรียนรู้ของลูก อาจสอบถามจากหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงหรือถามจากผู้มีประสบการณ์เรียน e-learning มาก่อนก็ได้

4. เลือกหลักสูตร

            เมื่อรู้ว่ามีที่ไหนแล้ว ต่อไปก็มาดูว่ามีหลักสูตรที่เราสนใจหรือเปล่า โดยหลักสูตรที่เปิดสอนส่วนใหญ่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเริ่มจากระดับมัธยม อุดมศึกษา วัยทำงาน ไปจนถึงชาวต่างชาติ มีตั้งแต่วิชาพื้นฐานทั่วไปในระดับมัธยม ภาษาต่างประเทศ คอมพิวเตอร์ หลักธุรกิจพื้นฐานการแต่งเพลง การแปล การเขียนสารคดี วิชาชีพเฉพาะด้านอื่นๆ ฯลฯ แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ หลักสูตรด้านภาษาและคอมพิวเตอร์

            ควรพิจารณารายละเอียดของหลักสูตรนั้นๆ ให้ตรงกับความต้องการ ว่าเป็นระยะสั้นหรือยาว (เฉลี่ยประมาณ 2-6 เดือน) มีกี่บทกี่ตอน เทคโนโลยีที่ใช้นำเสนอเหมาะสมกับบทเรียนไหม โดยส่วนใหญ่จะมีตัวอย่างบทเรียนให้ทดลองเรียกก็ควรใช้สิทธิ์นั้น เพื่อจะได้แน่ใจว่าถ้าเรียนแล้วจะได้รับประโยชน์เต็มที่ และควรดูว่ามีสัดส่วนวิธีการเรียนเป็นแบบไหน เช่นบางแห่งให้เรียน e-learning 100% เต็ม แต่บางหลักสูตรอาจแบ่งเป็น e-learning 70% และอีก 30% เป็นการจัดอบรม อภิปรายแบบห้องเรียนปกติ รวมไปถึงการประเมินผล ทั้งการทดสอบในอินเทอร์เน็ตและในห้องเรียน เพราะบางหลักสูตรอาจมีการจัดสอบพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการใบวุฒิบัตรรับรอง แต่บางหลักสูตรอาจไม่มี เป็นต้น

            นอกจากนี้การทราบที่มาของหลักสูตรก็สำคัญ รู้ว่าใครเป็นผู้ออกแบบเนื้อหา มีที่มาที่ไปอย่างไร จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกหลักสูตรที่ถูกต้อง... ในที่นี้จึงขอนำกระบวนการผลิตหลักสูตรของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องแห่ง จุฬาฯ มาเป็นตัวอย่างนะคะ... เริ่มด้วยการคัดเลือกอาจารย์หรือวิทยากรที่มีความถนัดตรงกับหลักสูตรมาเขียนเนื้อหา และทำงานร่วมกับนักออกแบบสื่อ ช่วยกันวิเคราะห์ออกมาเป็นบทเรียนว่าเนื้อหาแบบนี้เหมาะกับการนำเสนอแบบไหน พอได้แล้วก็นำไปจัดองค์ประกอบผลิตออกมาเป็นสื่อการสอนให้วิทยากรตรวจสอบ พอผ่านก็นำไปทดสอบใช้งานจริงกับกลุ่มเป้าหมายประมาณ 30 คนเข้ามาทดสอบว่าบทเรียนนั้นๆ ได้ผลหรือไม่ ดีไม่ดีอย่างไร พอผ่านก็ออกไปเป็นสื่อที่สมบูรณ์ แต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องมาปรับแก้และทดสอบอีกครั้ง ซึ่งในการผลิตสื่อ e-learning นี้ใช้เวลา 3 เดือน – 1 ปี และอัปเดตให้ทันสมัยทั้งเนื้อหาวิชาและเทคโนโลยีเป็นรายเดือน

5. ลงทะเบียนเรียนออนไลน์

            เมื่อเลือกได้ว่าจะเรียนอะไรหรือได้ทดลองเรียนจนแน่ใจว่า หลักสูตรนั้นเหมาะสมกับตัวเองแล้ว ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการสมัคร ปัจจุบันจะเน้นความสะดวก รวดเร็ว เป็นสำคัญ เพียงกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มใบสมัครที่มีให้ ระบุวิธีการชำระเงินที่สะดวกมีให้เลือกหลายแบบทั้งหักบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือ ธนาณัติ เมื่อสมัครและมีการตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ทางหน่วยงานที่เปิดสอน e-learning นั้นๆ จะจัดส่ง user name และ password ให้ทาง e-mail เพื่อใช้เข้าบทเรียน ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการควรไม่เกิน 1 วันหลังจากตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในเว็บไซต์ควรระบุสถานที่ เบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานให้ชัดเจน

 

            เมื่อสมัครแล้ว บทบาทก็จะตกอยู่กับผู้เรียนเป็นสำคัญแล้วทบทวน และประเมินผล เนื่องจากการขอสอบเพื่อรับใบวุฒิบัตรรับรองการผ่านหลักสูตรนั้นยังมีข้อจำกัดบางอย่างและในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับรองมาตรฐานของ e-learning นี้โดยตรงดังนั้นผลสัมฤทธิ์ในการเรียน e-learning อาจดูจากผลประเมินในแบบทดสอบที่ทำในบทเรียน และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก เช่น เรียนคอร์สภาษาแล้วมีทักษะทางภาษานั้นๆ ดีขึ้นหรือไม่ เป็นต้น

            หากมองโดยรวมแล้ว e-learning ดูจะมีข้อได้เปรียบกว่าการเรียนแบบปกติตรงทีเรียนอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แบบตามใจฉัน แต่ก็ยังมีสิ่งพึงระวังที่มักมาพร้อมกับทุกเรื่องที่เป็นกระแสนิยมของสังคมเสมอ คือคุณภาพของหลักสูตร และมาตรฐานของการประเมินผล

            แม้ปัจจุบันกลุ่มหลักที่เข้ามาเรียน e-learning จะเป็นวัยทำงานที่ต้องการเสริมทักษะเฉพาะด้านก็ตาม แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะขยายไปยังกลุ่มนักเรียนนักศึกษามากขึ้นเห็นได้จากการเปิดหลักสูตรติวเอ็นทรานซ์ออนไลน์ ของจุฬาฯ ที่รวมข้อสอบเอ็นทรานซ์ทั้ง 11 รายวิชามาให้ลองทดสอบได้ฟรี ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก และส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาตามหลักสูตรใหม่ ที่เน้นให้ครูมีบทบาทการผลิตสื่อการสอนที่สร้างสรรค์และกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียนซึ่ง e-learning เป็นสื่อเสริมประกอบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพหากมีการจัดการที่เหมาะสม

            ...จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับสังคมยุคโลกไร้พรมแดนนี้ที่จะกล่าวว่า e-learning เป็นช่องทางการเรียนรู้แห่งยุคสมัยนะคะ...

 

 

ที่มา

life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 100 กรกฎาคม 2547

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
รับสมัครครูเอกประถมศึกษา [13]
[4Shared] แนวข้อสอบสํานักข่าวกรองแห่งชาติ ฟรี รวมข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการ {ชุดที่ 2} [38]
ลับ! แนวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข้อสอบแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติฉบับที่ 5 (พ.ศ.25 [40]
[[แจกของเก่า]] แนวข้อสอบตํารวจ วุฒิ ม.6 เปิดสอบ 6,800 อ.สายปราบปราม 2557 [104]
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ระบบลำเลียงสารในพืช [25]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์ต่อท่อnew
เกมส์ต่อท่อ ฝึกสมอง ประลองปัญญา หาวิธีต่อท่อน้ำ ให้สามารถไหลได้อย่างต่อเนื่องกันเลย
เกมส์จับคู่ SuShi Gold Matchnew

เกมส์จับคู่ซูชิสนุกๆ มาเล่นกันเลย

เกมส์ออดิชั่นnew
เกมส์ออดิชั่น เกมส์นี้เราจะต้องเต้นให้ตรงตามจังหวะ และกดเมื่อถึงสัญญาณให้กะจังหวะดีๆ เต้นให้มันส์สุดเหวี่ยงไปเลย
เกมส์เรียงผลไม้new
เกมส์เรียงผลไม้ เกมส์ฝึกสมองอย่างดี น้องๆ ต้องหมุนกรอบรอบนอกให้ผลไม้ที่เหมือนกันตกมาเรียงกันให้ได้คะแนนเยอะๆ
เกมส์อู้งานฆ่าเวลาnew
เกมส์อู้งานฆ่าเวลา เกมส์นี้เราจะต้องควบคุมให้พนักงานสาวออฟฟิศอู้งานโดยไม่ให้เจ้านายรู้ แอบมาเสริมสวย แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ ถอนคิ้ว อย่าให้รู้จะโดนไล่ออก
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม