ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
หน้าแรก  ข่าวการศึกษา  ครูบ้านนอกBLOG  ห้องสมุดความรู้  เนื้อหาในเว็บไซต์ เผยแพร่ผลงานวิชาการ เกมส์ game เกม เกมส์มากมาย รวมเกมส์
ข่าว/บทความ > เรื่องราวจากสมาชิก > "ตะวันทองที่หนองหาน....... "


• "ตะวันทองที่หนองหาน....... "
+โพสต์เมื่อวันที่ : 4 ก.พ. 2553 เปิดอ่าน : 6224 / 2 ความเห็น


ตะวันรอนที่หนองหาน ณ จุดชมวิวบ้านท่าแร่
       แดดอัสดงค่ำลงที่ฝั่งหนองหาน
       เฮาสองเคยเที่ยวด้วยกัน มนต์ฮักสายัณห์สวาทวาบหวาม
       สายลมโชยชิ้วทิวสนลิ่วโอนสอดเสียงกังวาน
       เหมือนเสียงใจเฮาสาบาน ให้หนองหานได้เป็นสักขี
       

       เพลง : ตะวันรอนที่หนองหาน(ท่อน 2)
       
       ตะวันรอนที่หนองหาน
       
       “ตะวันรอนที่หนองหาน” ชื่อนี้หลายคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดี เพราะในอดีตตะวันรอนที่หนองหานโด่งดังทั้งที่เป็นเพลงลูกทุ่ง(มีหลายคนคนนำมาร้อง)และเป็นภาพยนตร์(นำแสดงโดยสมบัติ เมทะนี,อรัญญา นามวงศ์) ในขณะที่หนองหานของจริงแห่งสกลนคร ยามตะวันรอนสวยใช่ย่อย โดยเฉพาะในวันที่ฟ้าเป็นใจอาทิตย์อัสดงกลางน้ำที่นี่สวยไม่เป็นรองใคร

รุ่งอรุณที่หนองหาน ณ จุดชมวิวบ้านท่าวัด
       สำหรับจุดชมตะวันรอนที่สวยงามเหมาะสมนั้น “ตะลอนเที่ยว”ได้รับคำแนะนำจากกูรูชาวสกลว่าให้ไปดูที่บ้านท่าแร่ อ.เมือง ซึ่งเมื่อเราไปถึงในช่วงโพล้เพล้ แสงแดดช่วงปลายของวันค่อยๆลดดีกรีความร้อนแรง ทอแสงกระทบผืนแผ่นน้ำเป็นสีส้มเรื่อเรือง ก่อนที่พระอาทิตย์ดวงกลมแดงจะค่อยๆเคลื่อนคล้อยลอยต่ำหายลับไปในเทือกเขาภูพาน ไว้ลายความงามยามตะวันรอนที่หนองหานสมดังคำร่ำลือ
       
       ตะวันทองที่หนองหาน
       
       พระอาทิตย์เมื่อมีตกย่อมมีขึ้น สำหรับหนองหาน ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างขวางทำให้สามารถชื่นชมได้ทั้งยามตะวันรอนและตะวันขึ้น ซึ่งกูรูชาวสกลคนเดิมขันอาสาพา“ตะลอนเที่ยว”ไปยลเสน่ห์พระอาทิตย์ขึ้นริมหนองหานกันที่ท่าน้ำชุมชนบ้านท่าวัด ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง ในช่วงเช้ามืดของวันถัดไป

บรรยากาศยามเช้าที่ วัดเหนือ
       หลังมาถึงจุดชมวิวบ้านท่าวัดได้สักพัก แสงแห่งความมืดค่อยๆเลือนหายไปพร้อมๆกับการมาแทนที่ของแสงแรกแห่งวันที่เริ่มทอทาบ จนหนองหานยามนี้ดูมลังเมลืองไปด้วยแสงสีทองที่ฉาบฉายโลมไล้ จากนั้นไม่นานพระอาทิตย์ดวงกลมโตสีเหลืองทองก็ค่อยๆเคลื่อนดวงโผล่จากแนวป่าที่เห็นลิบๆขึ้นมาโชนแสง โชว์สวยกลางหนองหาน โดยมีฉากหน้าเป็นโค้งแนวแผ่นดินที่ยืนเข้าไปในแผ่นน้ำเคียงคู่ไปกับเรือประมงของชาวบ้านที่ทยอยออกเรือหาปลาและหมู่นกที่โบยบินรับอรุณรุ่งในบางช่วง ท่ามกลางผืนแผ่นน้ำอันสงบนิ่งเรียบเกิดเป็นภาพตะวันทองที่หนองหานอันชวนประทับใจไม่แพ้กับตะวันรอนที่หนองหาน
       
       ตะวันฉายที่หนองหาน
       
       ดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่พระอาทิตย์สุกแดงเป็นดวงกลมโตจะมาไวไปไวไม่น้อย เพราะหลังจากนี้แสงยามเช้าเริ่มจัดจ้ามากขึ้น ระหว่างนี้กูรูชาวสกลชวนเราไปไหว้พระใน“วัดมหาพรหมโพธิราช”หรือ“วัดเหนือ”ที่อยู่ติดกับท่าน้ำเอาฤกษ์เอาชัย

โครงกระดูกมนุษย์โบราณในพิพิธภัณฑ์วัดเหนือ
       วัดเหนือเป็นวัดเก่าแก่ยุคทวาราวดี มีพระธาตุมหาพรหมและศาลหลวงปู่สอนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของวัดที่ภายในมีสิ่งน่าสนใจ อาทิ ถ้วยโถโอชาม ไหปลาร้าอายุ 100 กว่าปี เครื่องมือประมงพื้นบ้าน และโครงกระดูกโบราณก่อนประวัติศาสตร์ พร้อมข้าวของเครื่องใช้ ที่จัดใส่อยู่ในตู้เดียวกัน
       
       สิ่งต่างๆเหล่านี้นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจระหว่างวัดกับชุมชนในพื้นที่หนองหานที่จะอนุรักษ์โบราณวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมไว้ให้อยู่คู่หนองหานผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนที่ชื่นชอบในแนวทางแบบนี้

น้ำใสสงบนิ่งจนบางคนอดใจไม่ไหว ต้องบันทึกภาพไว้ในความทรงจำ
       ตะวันส่องที่หนองหาน
       
       เสร็จสรรพจากการเที่ยววัดเหนือ ตะวันส่องแสงแรงมากขึ้น “ตะลอนเที่ยว”เดินกลับไปยังริมท่าน้ำบ้านท่าวัดอีกครั้ง เพื่อทำการล่องเรือลอยลำสัมผัสชื่นชมในความงามหนองหานกันอย่างใกล้ชิด
       
       สำหรับหนองหาน จัดเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เป็นแหล่งรับน้ำจากน้ำตก ลำห้วย แม่น้ำ จากเทือกเขาภูพาน และเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 123 ตารางกิโลเมตร มีหลักฐานว่ามีชุมชนโบราณอยู่อาศัยรอบๆบริเวณหนองหานมาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยเฉพาะหลักฐานยุคทวาราวดีมีค่อนข้างเด่นชัดมาก

ใบเสมาคู่ 8 ทิศยุคทวาราวดี หนึ่งในจุดเด่นแห่งวัดใต้
       หลังจากเรือแล่นพาเราและคณะไปประมาณ 10 นาที ก็ไปจอดเทียบท่ายัง“วัดใต้” หรือ“วัดกลางศรีเชียงใหม่” ซึ่งมัคคุเทศน์ประจำวัดเล่าว่า วัดใต้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1200 ต่อจากนั้นในปี พ.ศ.1275 พระธรรมมิกราชได้มาขยายวัดเพิ่มเติม โดยของดีที่วัดแห่งนี้ นอกจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ ศิลปวัตถุต่างๆ ดังเช่นที่วัดเหนือแล้ว ที่วัดใต้ยังมีศิลาจารึกเก่าแก่พร้อมคำแปลจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ และกลุ่มใบเสมาหินเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของวัด
       
       กลุ่มใบเสมาหินตั้งอยู่บริเวณลานกลางแจ้ง เป็นใบเสมา 8 ทิศ ยุคทวารวดีที่ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน มีลักษณะเป็นใบเสมาคู่แบบเรียบง่าย(รุ่น 1) มีเส้นแกนเสมานูนเด่นขึ้นมา ถือเป็นกลุ่มเสมาที่หาชมได้ยากยิ่งในเมืองไทย

ชาวบ้านคนนี้ฉายเดี่ยวใช้มือตีปลา ใช้เท้าขับเรือ
       ตะวันร้อนที่หนองหาน
       

       สายแล้ว แสงตะวันร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ แต่นั่นหาได้เป็นอุปสรรคต่อการนั่งเรือเที่ยวของเราไม่ โดยหลังจากขึ้นฝั่งเที่ยวชมวัดใต้แล้ว เรากลับมาล่องเรืออีกครั้ง ทีนี้เป็นการล่องยาวชมวิวทิวทัศน์ใน 2 ฟากฝั่ง สำหรับสายน้ำช่วงนี้นอกจากจะใสแจ๋วแล้วยังสงบนิ่งราบเรียบ มองเห็นเงาสะท้อนชัดเจน ดูราวกระจกแผ่นยักษ์
       
       ต่อจากนั้นเรือล่องพาไปยังแหล่งหาปลาสำคัญของชาวบ้าน เรามองเห็นเรือประมงพื้นบ้านลอยลำลงข่ายดักปลาอยู่หลายลำด้วยกัน ส่วนใหญ่จะมากันเป็นคู่ แต่ก็มีบางลำที่ฉายเดี่ยวโชว์ลูกเก๋าด้วยการใช้เท้าข้างหนึ่งบังคับหางเสือเรือ ส่วนมือนั้นคอยตีปลาให้ตกใจแล้วว่ายเข้าไปในตาข่ายที่วางดักไว้ นับเป็นความชำนาญของชาวบ้านที่แม้แต่แก๊ง 3 ช่าก็ยากที่จะทำตามได้

หมูป่าที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงบนเกาะหมูป่า
       ระหว่างที่ดูชาวบ้านหาปลาอยู่นี้ คนขับเรือดับเครื่องพร้อมเล่าเรื่องเกี่ยวกับปลาให้ฟังว่า ปลาส่วนใหญ่ในหนองหานจะเป็นปลาเกล็ด เคยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่จับปลาน้ำจืดได้มากที่สุดในเมืองไทย ในอดีตเคยพบปลาหายากอย่าง ปลาลาด(ปลาเสือตอ) ปลาผาไล(กระเบนน้ำจืด)
       
       “ชาวบ้านที่นี่เขามีกฎ กติกา ร่วมกันในการจับปลา คือจะไม่จับปลาช่วงฤดูวางไข่ เพราะต้องการให้ปลาขยายแพร่พันธุ์ตามฤดูกาลได้มากขึ้น ถ้าเราจับกันไม่เว้นแม่แต่ฤดูวางไข่ อีกไม่นานเราคงไม่มีปลากิน”คนเรือบอกอย่างนั้น
       
       สำหรับความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของหนองหานก็คือ เป็นทะเลสาบที่ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 30 เกาะ มีเกาะเด่นๆ อาทิ เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม เกาะดอนสะพุงที่ช่วงกลางวันแสงแดดส่องมองเห็นสาหร่ายใต้น้ำเป็นสีเหลืองทองได้อย่างชัดเจน ส่วนเกาะหมูป่านี่ก็น่าสนใจไม่น้อย บนเกาะมีชาวบ้านนำหมูป่ามาเลี้ยงอยู่กับธรรมชาติราว 3-4 ร้อยตัว พอถึงเวลาให้อาหารหมู ชาวบ้านจะตีเกาะเคาะไม้เรียกหมูของตนด้วยสัญญาณเคาะที่เป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่คนต่างถิ่นอย่างเราอดประหลาดใจไม่ได้ว่า หมูป่ามันจำสัญญาณเรียกของเจ้าของได้อย่างไร

โบสถ์วัดดอนสวรรค์
       ตะวันจ้าที่หนองหาน
       
       ใกล้เที่ยงแล้ว ตะวันบนฟ้าลอยเด่นเกือบกึ่งกลางศีรษะส่องแสงแผดจ้ากระทบแผ่นน้ำเป็นประกาย คนขับเรือค่อยๆบังคับเรือให้มาจอดเทียบท่ายัง “เกาะดอนสวรรค์" แหล่งท่องเที่ยวลำดับสุดท้ายในทริป ก่อนพาชาวคณะขึ้นไปเดินทอดน่องชมสิ่งน่าสนใจบนนั้น
       
       ดอนสวรรค์เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหนองหาน ดูร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย บนเกาะมีวัดดอนสวรรค์อันเก่าแก่ตั้งอยู่ ในวัดมีพระพุทธรูปรอยพระพุทธบาทให้สักการะบูชา

เรือนำเที่ยวมุ่งหน้าสู่ดอนสวรรค์ เกาะใหญ่ที่สุดในหนองหาน
       ส่วนบริเวณหน้าวัดที่เป็นท่าเทียบเรือ พี่คนขับเรือได้เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนยามหน้าแล้งน้ำลด จะมองเห็นหาดทรายโผล่เป็นแนวสวยงาม แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีภาพอย่างนั้นแล้ว เพราะมีการสร้างฝายกักเก็บน้ำในหนองหาน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ
       
       “ข้อดีของการสร้างฝายคือช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มีการไหลเวียนของน้ำน้อยลง ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงลง พันธุ์ปลาบางชนิดในหนองหานที่เคยพบจึงหายไป” พี่คนขับเรือเล่า

ล่องเรือชมหนองหาน กิจกรรมท่องเที่ยวที่ชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้น
       นอกจากปลาบางพันธุ์แล้วสิ่งที่หายไปมากจากหนองหานก็คือนก เพราะถูกคนล่าจับไปกินไปขายเป็นจำนวนมากทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ
       
       นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ธรรมชาติสอนให้รู้ว่า การทำลายทรัพยากรธรรมชาติแบบเกินตัวนั้นไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด ซึ่งถ้ามนุษย์ทุกวันนี้ยังคงไม่บันยะบันยังต่อการทำร้าย ทำลายธรรมชาติ ผลร้ายที่มนุษย์ก่อนั้นจะคืนสนองกลับมาสู่มวลหมู่มนุษย์ด้วยกันเอง อย่างไม่สามารถที่จะโทษใครได้

กลุ่มชาวบ้านออกเรือหาปลาในหนองหาน
       *****************************************
       
       
หนองหาน ตั้งอยู่ในตัวเมืองสกลนคร มีขนาดกว้างใหญ่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ สำหรับชื่อหนองหานนั้นมี การเขียนอีกแบบหนึ่ง“หนองหาร” แต่จากการสอบถามผู้รู้หลายคนในภาคอีสาน ให้ข้อมูลว่า หนองหานน่าจะมาจากคำว่าห้วยละหานอันกว้างใหญ่ จึงควรสะกดด้วย ตัว น. มากกว่าตัว ร. นอกจากสถานที่ที่กล่าวมาแล้ว ริมหนองหาน(ต.ธาตุเชิงชุม) ยังมีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน อันน่าสนใจ
       
       สำหรับผู้ต้องการเที่ยวหนองหานในรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ บ้านท่าวัดเหนือ โทร.087-221-2501, 087-972-9633 บ้านท่าวัดใต้ โทร.087-244-2501,089-186-6514 และสามารถสอบถามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับหนองหานใน จ.สกลนครได้ที่ ททท.นครพนม(สกลนคร มุกดาหาร) โทร.0-42 51-3490-1

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

ททท.

ผู้จัดการออนไลน์

ตะวันรอนที่หนองหาน

 
 
 

ให้คะแนนข่าว/บทความนี้

ไม่มีความเห็น
 
 

 
 
[เนื้อหาในหมวดเดียวกัน]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ สสจ. ทุกตำแหน่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทั่วประเทศ งานราชการ ข่าวล่าสุด [12]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ กรมการขนส่งทางบก ทุุกตำแหน่ง ทุกจังหวัด งานราชการ ข่าวล่าสุด [12]
ข้อสอบ แนวข้อสอบ เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กรมสรรพากร ทุกตำแหน่ง [12]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ทุกตำแหน่ง งานราชชการ ข่าวล่าสุด [12]
ข้อสอบ คู่มือสอบ แนวข้อสอบ นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการ กรมราชทัณฑ์ งานราชการ ข่าวล่าสุด [12]

 

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ


  

สมัครสมาชิกใหม่
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์

New Games Here!
เกมส์หมากฮอสnew
เกมส์หมากฮอส เกมส์กระดานที่ใครๆก็รู้จัก เกมส์นี้เราจะต้องเดินเพื่อพัฒนาร่าง สามารถเดินยาวๆ และ ชนะคู่แข่งได้
เกมส์จักรยานเสือภูเขาnew
เกมส์จักรยานเสือภูเขา เกมส์รถสนุกๆ อีกเกมส์ วิวสวยมากครับ ทำคะแนนกันเยอะๆ นะ
เกมส์จับคู่ภาพเหมือนnew
เกมส์จับคู่ภาพเหมือน มาฝึกสายตากับการจับคู่ภาพเหมือน ให้ได้เยอะที่สุด เร็วที่สุด ภายในเวลาที่จำกัดกัน เกมส์คลายเครียด น่าเล่นอีกเกมส์นึง น้องๆ ลองเล่นกันดูนะครับ ฝึกสมองและสายตาได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ
เกมส์จอดรถnew
เกมส์จอดรถ เกมส์นี้เราจะต้องบังคับทิศทางของรถยนต์ที่จะเข้าสู่ลานจอดรถ ให้ลงจอดได้ปลอดภัย เลี้ยวรถ เบรครถ ไม่ให้ชนกับรถคันอื่นๆ
เกมส์พาเพื่อนข้ามน้ำnew
เกมส์พาเพื่อนข้ามน้ำ ลองคิดดูนะครับ ว่าจะใช้วิธีไหน ที่จะพาเพื่อนๆ ข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ได้ เงื่อนไข ผู้หญิงจะทำร้ายเด็กชายถ้าผู้ชายไม่อยู่ ผู้ชายจะทำร้ายเด็กหญิงถ้าผู้หญิงไม่อยู่ โจรจะทำร้ายทุกคนถ้าตำรวจไม่อยู่ เด็กข้ามพร้อมกันสองคนไม่ได้ ต้องไปกับผู้ใหญ่
More Games Click!!

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย



     

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.

Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม

เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

การจัดอันดับของ Truehits Web Directory
การจัดอันดับของ Stats in Thailand

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าใน

ครูอดิศร ก้อนคำ
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

Tel : 081-3431047

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email1 : kornkham@hotmail.com
Email2 : kroobannokdotcom@gmail.com

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

Google+
ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม